วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ ๓ : การพัฒนาทักษะสู่ความสำเร็จ

๑.  พัฒนาทักษะตนเองสู่ความสำเร็จ
ความสำเร็จใด ๆ คือ ความสมหวังที่ ใคร ๆ ก็ต้องการและปรารถนาที่จะไขว่คว้าใน
ทุกสาขาอาชีพ ในขั้นแรกตัวเราเองจะต้องรู้ และมีความแน่ใจว่าตัวเราเองต้องการอะไร
จุดมุ่งหมายอย่างไร และจะก้าวไปในทิศทางไหน จึงต้องศึกษาค้นหาและพยายามไปให้ถึง
สิ่งที่ต้องการนั้นให้ได้อย่างรวดเร็วและมีความปลอดภัย  ดังนั้น จึงต้องมีการวางแผนโดยการวางแผนจะต้องถูกต้อง มีกำหนดการที่มีความชัดเจนและสามารถทำตามแผนการที่วางไว้ได้โดยปลอดภัย อย่างเช่น โคลัมบัส เป็นช่างทอผ้า กวีเบรินส์เป็นชาวนา อีสปเป็นทาส  กัปตันคุด เป็นเด็กรับใช้ในเรือ ทุกคนมีเข็มทิศและมีแผนที่ และผู้บุกเบิกก็มีเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไปถึงจุดมุ่งหมายอย่างรวดเร็วและปลอดภัย  แต่ถ้าทุกคนไม่มีเข็มทิศและแผนที่พวกเขาทั้งหลายก็อาจจะเดินวนไปวกวนเป็นวงกลมและจะทำให้ไปไม่ถึงที่หมาย  ดังนั้น ในการทำงานหรือทำอะไรก็แล้วแต่จะต้องมีทั้งผลดีและผลเสียตามมาเสมอ และในการพัฒนาทักษะตนเองสู่ความสำเร็จ พึงพิจารณาตาม ลำดับกับสิ่งที่ควรจะเป็น ดังนี้
๑.๑. หนทางแห่งความสำเร็จจงคิดถึงความสุขก่อน
            ในการค้นหาความสำเร็จนั้น มักจะพบว่าหนทางนั้น มิได้โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ มีอุปสรรคแตกต่างกันไป แต่ถ้าจะให้ไปถึงที่หมายโดยเร็วและปลอดภัยนั้น จะต้องมีความกระตือรือร้น มีความกล้าหาญเอาจริงเอาจังกับการวางแผนที่มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ เช่น คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส  จะต้องออกเดินทางฝ่าท้องทะเล   ที่เขานั้นไม่รู้จัก ฮิลารีและเทนซิงห์นอร์เกย์  จะต้องปืนขึ้นไปบนยอดเขาซึ่งพวกเขาประมาณความสูงกันแทบจะไม่ได้ และความสำเร็จนี้เองเกิดจากการวางแผนอย่างรอบคอบและมีความกล้าหาญกระตือรือร้นและมีเครื่องมืออุปกรณ์อย่างดี มีความตั้งใจจริง มีความมานะบากบั่นและการเตรียมตัวอย่างรอบคอบ ดังคำกล่าวที่ว่า เราสามารถทำอะไรก็ได้ที่ตัวเราเองต้องการ ถ้าหากว่ามีความพยายามนานพอ
            ความสำเร็จด้วยความสุข ก็คือ การมีเพื่อนมิตรสหายให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และสิ่งที่สำคัญก็คือ การให้และการรับ ซึ่งในส่วนมากจะเน้นที่การให้เป็นหลัก อย่างเช่น นายวาช ยัง ผู้มีอาชีพนักขายประกันผู้มือชื่อเสียงซึ่งเขาได้แต่งหนังสือขึ้นมา ชื่อ A fortune to share (โชคสำหรับแบ่งปันกัน) ทุกคนที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ มีความสนุกมีความสุขจากการอ่านหนังสือเรื่องนี้ ดังนั้น จึงคิดวิธีที่จะผูกมิตรกับเพื่อนให้เพิ่มมากขึ้น คือ การให้เพื่อนยืมหนังสือ นิตยสาร ในหมู่คณะหรือเพื่อนร่วมงานให้กลับไปอ่าน หรืออาจจะพูดให้กำลังใจ ปลอบใจเพื่อนร่วมงานยกย่องชมเชยและสร้างความพึงพอใจให้แก่เพื่อนร่วมงานก็ได้และทั้งหมดนี้เองก็เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความสุขได้เช่นกัน
๑.๒. การคิดแผนการสำหรับวันนี้จงพึงระวังการตั้งต้น
            โดยส่วนรวมการฝึกฝนจะพิจารณาถึงแผนการ ซึ่งได้เปรียบเทียบกับแผนผังของบ้านที่กำลังจะสร้าง คือ ผู้ก้อสร้างจะต้องมีการกำหนดการไว้สำหรับในแต่ละวัน ว่าวันหนึ่งวันจะต้องทำอย่างน้อยคืออะไรบ้างเพื่อให้งานมีความก้าวหน้า ดังคำกล่าวที่ว่า วันวานเป็นเพียงความฝัน วันพรุ่งเป็นเพียงภาพลวงตา เพื่อที่จะได้อะไรที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ และเวลาในการวางแผนที่ดีที่สุด คือ เวลาในตอนกลางคืน  การคิดทำงานหรือทำอะไรจะต้องเพ็งเล็งเอาใจใส่ต่องานที่ทำ และความทำไปทีละนิดทีละน้อยและทำไปทีละวัน จึงเปรียบเทียบงานเหมือนกับนาฬิกา คือ นาฬิกามันเริ่มที่จะคิดถึงอนาคต ว่าในแต่ละวันแต่ละปีนั้น มันจะต้องเดินนานทีเดียว มันจึงคิดหาวิธีที่จะเดินให้เร็วที่สุด มันจึงคิดว่าถ้ามันเดินวินาทีทีละสองติ๊ก มันคงไปถึงเร็วกว่าเดินวินาทีละติ๊ก เมื่อมันเดินเกินกว่ากำลังของมันจึงอ่อนแรงและหมดแรงไปในที่สุด  เมื่อจะต้องทำงานที่เป็นจำนวนมาก สิ่งที่ต้องทำคือ ทำไปทีละนิด แต่ถ้าคิดที่จะทำมากเกินกว่ากำลังของตัวเอง ก็อาจจะหมดแรงเหมือนกับนาฬิกาก็ได้
            ความสำเร็จจากในแต่ละวันจะแสดงถึงความยินดี ดังนั้น เมื่อเข้าไปในที่ทำงานจะต้องมีความพร้อม มีความกระตือรือร้นที่จะทำงาน ยิ้มและพูดกับเพื่อนร่วมงานอย่างร่าเริง พยายามหาเพื่อนใหม่ให้ได้สัปดาห์ละคน โดยการแลกเปลี่ยน หนังสือนิตยสาร ฯลฯ เพื่อแลกเปลี่ยนกันอ่าน ไม่ควรพูดโกหกเพื่อปิดบังความผิดพลาดของตนเอง และควรตักเตือนเพื่อนที่ทำผิด เพราะถ้าไม่ตักเตือนก็อาจจะเป็นนิสัยของเพื่อนต่อไปก็ได้ ควรจะมีข้อเสนอต่อเพื่อนหรือผู้บังคับบัญชา เมื่อทำแบบนี้ได้ การเริ่มต้นก็จะประสบผลสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง
๑.๓. ความถูกต้องแม่นยำจงหาอะไรจากชีวิตให้มากที่สุด
            การให้คำสั่งที่มีความถูกต้อง ชัดเจน ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน ดังนั้นควรใช้ภาษาที่ง่ายปละมีใจความที่กระชับและประโยคสั้น ๆ ซึ่งใครก็ตามก็สามารถเข้าใจได้ การทำงานร่วมกับคนอื่นๆก็อาจทำให้เกิดความเสียหายเป็นทรัพย์สินเงินทอง  ข้อบกพร่องอีกอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง คือ การใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือหรือไม่ถูกต้อง ก็ควรที่จะเปิดพจนานุกรม ถึงแม้ว่าจะมีความสามารถมากเพียงใดก็ตาม เรียนจบมาจากที่ไหน อย่างไรก็ไม่ความที่จะประมาท
            การอยู่ร่วมกันในสังคมการที่จะประสบความสำเร็จ ก็คือ จงทำให้ทุกขณะทีค่า คนส่วนมากก็ไม่ได้ทำอะไรที่มีค่าให้สำเร็จได้ เพราะตัวเราเองไม่รู้ค่าของชั่วขณะเวลาสั้น ๆ ถ้าตัวเราเองต้องการที่จะประสบผลสำเร็จอย่างรวดเร็ว จะต้องทำให้ทุกเวลามีค่า จะต้องรักษาเวลา ใช้สถานการณ์และบุคคลอื่น ๆทำให้ไปถึงจุดมุ่งหมาย โดยการคิดหาวิธีเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการช่วยแก้ปัญหา เมื่อตนเองได้รับความสำเร็จแล้วก็จงรักษาความสำเร็จนั้นไว้ แต่ถ้ามันยังไม่มา ก็จงขวนขวายไปตามหาความสำเร็จ ความก้าวหน้าด้วยตัวของเราเอง
๑.๔. พึงระวังใส่ใจในเรื่องบุคลิกภาพ
            บุคลิกภาพเป็นสิ่งมีค่า ซึ่งตัวเราเองจะต้องเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสีผิว รูปร่าง ความสูง และสิ่งแวดล้อม ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญมี 3 อย่างคือ ความจริงใจ ความรู้ และการบริการ ซึ่งคุณสมบัติ ทั้ง 3 อย่างนี้ ตัวเราจะต้องพยายามสร้างด้วยตัวของเราเอง เช่น
            ความจริงใน การกระทำและคำพูด วาจาต้องมีความตรงไปตรงมา การกระทำตามสัญญาการไม่เสแสร้ง ไม่ประจบประแจง มีความสดใส ร่าเริง และกระตือรือร้น
            ความรู้  ความไม่รู้ก่อให้เกิดความหวาดกลัว และการมีความรู้ทำให้เกิดความมั่นใจ และการอ่านหนังสือให้ฉลาดไม่ใช่อ่านเพื่อสะสมความรู้
            การบริการ  การให้โอกาส การให้บริการแก่สังคม เพราะ การบริการ ความไม่เห็นแก่ตัว การเสียสละ และนั่นคือความเป็นบุคลิกภาพ
๑.๕. ข่มความเย่อหยิ่งคือความเลวทรามและแสดงชั้นเชิงสู่ความสามารถ
            ความเย่อหยิ่งมีอยู่หลายชนิด ด้วยกัน คือ เหตุสมควร เย่อหยิ่งปลอม ๆ ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความทะนงตัว ความหัวสูง เพราะฉะนั้นตัวเราเองก็ควรจะต้องมีความเย่อหยิ่งในการทำงาน ไม่ใช่ในสิ่งที่เราเป็น ดังนั้น ความเย่อหยิ่งก็คือความเลวทราม
            ชั้นเชิงหรือกลวิธีมีอยู่หลายระดับ ระดับสูง คือ ชั้นเชิงที่ต้องใช้ความสามารถ ซึ่งทำให้ตัวเราเองหลุดจากการจนตรอกได้ โดยไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน  ความสามารถ ความชำนาญในการเอาชนะฝ่ายตรงกันข้าม ที่ทำไปด้วยความไม่รู้ ความไม่แยแส หรือความหยิ่ง ชั้นเชิงทำให้คนอื่นมีความพอใจที่จะทำตามที่ตัวเราเองต้องการ และความชำนาญในการทำให้คนอื่นๆ มีความกระตือรือร้นที่จะทำประพฤติปฏิบัติตนตามแบบอย่างที่ดี
           ๑.๖. ยังไม่มีอารมณ์แต่มีเวลาเล่นเหมือนกัน
           การมีอารมณ์ไม่ดีแตกต่างจากความไม่มีอารมณ์ ดังนั้น ก็จงหาสาเหตุและกำจัดอารมณ์ไม่ดีออกไปและเมื่อใดตัวเรารู้สึกหดหู่ เมื่อนั้นจึงต้องหากิจกรรมเผื่อที่จะผ่อนคลาย คือ อาจจะเล่นดนตรี  อกกำลังกาย และการอ่านหนังสือที่จะช่วยให้เสริมสร้างกำลังใจ จะช่วยให้ตัวเราเองมีความกระตือรือร้นมีความพร้อมที่จะทำงาน
           คนที่จะประสบผลสำเร็จย่อมที่จะผสมผสานการทำงานและการเล่นให้อยู่ในสัดส่วนที่ดี และควรจะรู้ด้วยว่าจะพักผ่อนเมื่อไหร่และอย่างไร ทำตัวเองให้สบาย ๆ ถ้าตัวเราเองทำงานและผัดผ่อนในการที่จะมีวันหยุด เพราะฉะนั้นตัวเราเองจะต้องหาเวลาว่างไปเที่ยวอย่างน้อย 10 วันต่อปี จงใช้เวลาไปอย่างสบายๆ และควรวางแผนวันว่างของตัวเราเอง เลือกงานอดิเรกเพื่อช่วยฆ่าเวลา ควร สร้างความสนใจในดนตรีหรือกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ และอย่างน้อยสิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยให้ตัวเราเองเกิดความกระตือรือร้นและสร้างขอบเขตทางด้านการตัดสินใจ
           ๑.๗. จงเชื่อมั่นในตัวเองและมีคุณสมบัติของผู้นำ
           สิ่งแรกที่จำเป็นสำหรับการประสบความสำเร็จคือ ความศรัทธาในตัวเราเอง คือ ลักษณะเด่นในตัวของชายหญิง การมีความเชื่อมั่นในตัวเอง  มีความเชื่อ ความกล้าหาญและมีความกระตือรือร้นก็จะเป็นอย่างยิ่งในการทำงาน แต่ข้อเสียก็มีเช่นเดียวกัน คือความใจร้อน ความสะเพร่า ของตัวเราเองจะเป็นอุปสรรคที่จะไปทำลายหนทางที่จะไปถึงจุดมุ่งหมายที่ตัวเราเองกำหนดไว้
           ผู้นำแบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือ
                      ๑. การใช้อำนาจผลักดันและเรียกร้อง
                      ๒. ดลบันดาลใจผู้ตามให้ลงมือกระทำตาม เพื่อที่จะประสบความสำเร็จนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำ แต่ตัวเราเองต้องหลีกเลี่ยง และความสำเร็จโดยทั่วไป มีคุณสมบัติ คือ
                      คนกระตือรือร้น                                        มีอารมณ์ขัน
                      ประสงค์อย่างแรงกล้าที่จะเรียนรู้                จงแบ่งคำชมเชยให้ผู้อื่นบ้าง
                      ทำชีวิตผู้อื่นอย่างสมบูรณ์                           อย่าได้เยาะเย้ยถากถางหรือตวาดผู้อื่น
                      สร้างความพึ่งพาอาศัยได้                            จงอย่าเอื้อมไปไกลเกินไป

                      สัญญาให้น้อยและรักษาคำสัญญา                จงทำงานเพื่อจุดมุ่งหมายที่วางไว้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น